บทที่ 2
ข้อ 6-10 ชีวิตประจำวัน
กินข้าว ชม ช่วย ขู่ และการยอม
อ่านราว 2 นาที
6. "ชมว่า เก่งมาก บ่อย ๆ ลูกจะมั่นใจ"
ความจริง: Claudia Mueller และ Carol Dweck ทดลองในปี 1998 พบว่า เด็กที่ถูกชมว่าเก่งหรือฉลาด กลับเลือกงานที่ง่ายกว่า และทำได้แย่ลงหลังเจอเรื่องยาก เพราะกลัวว่าถ้าพลาดจะไม่เก่งอีกต่อไป ส่วนเด็กที่ถูกชมที่ความพยายาม กล้าลองเรื่องยากกว่า
ลองแทน: ชมให้ตรงสิ่งที่ลูกทำ เช่น "หนูใส่ขาข้างแรกเองแล้ว" แทน "เก่งมาก"
7. "ลูกไม่กินข้าว ต้องป้อนให้หมดจาน หรืองดขนมให้จำ"
ความจริง: การบังคับกินหรือใช้อาหารเป็นรางวัลและโทษ ทำให้มื้ออาหารกลายเป็นสนามรบ แนวคิดของ Ellyn Satter นักโภชนาการเด็ก แบ่งหน้าที่ไว้ชัด ผู้ใหญ่เลือกว่าจะกินอะไร เมื่อไหร่ ที่ไหน ส่วนลูกเลือกว่าจะกินไหมและกินเท่าไร
ลองแทน: มื้อหน้าจัดอาหารที่ลูกกินได้ไว้อย่างน้อย 1 อย่างบนจาน แล้วเลิกนับคำ
8. "ยอมครั้งเดียวไม่เป็นไร ให้เรื่องจบ"
ความจริง: ครั้งนี้จบจริง แต่ลูกเพิ่งได้เรียนว่าร้องหนักพอแล้วจะได้ ครั้งหน้าเขาจะร้องหนักกว่าเดิม เพราะครั้งที่แล้วมันได้ผล
ลองแทน: รับความรู้สึกลูกได้เต็มที่ "หนูอยากได้มากเลยเนอะ" แต่ขอบเขตเดิมยังอยู่
9. "ทำให้ลูกเลย เร็วกว่า"
ความจริง: เร็วกว่าจริงในเช้านี้ แต่ลูกไม่ได้ฝึก แนวคิดของนักจิตวิทยา Lev Vygotsky บอกว่าเด็กเรียนรู้ได้ดีที่สุด ตอนทำสิ่งที่เกือบทำได้เอง โดยมีผู้ใหญ่ช่วยแค่ส่วนที่ยังขาด แล้วค่อย ๆ ถอยออก
ลองแทน: ทำให้ครึ่งเดียว แล้วให้ลูกทำขั้นสุดท้ายเอง เช่น ใส่ถุงเท้าให้ถึงส้น แล้วให้ลูกดึงขึ้นเอง
10. "ขู่ว่าตำรวจจับ ผีมาเอาตัว ได้ผลดี"
ความจริง: ได้ผลเพราะลูกกลัว ไม่ใช่เพราะลูกเข้าใจ ลูกไม่ได้เรียนว่าต้องทำอะไรแทน แถมยังกลัวคนที่ควรเป็นที่พึ่งเวลามีปัญหาอย่างตำรวจ และบางคนกลัวความมืดตอนนอนไปอีกนาน
ลองแทน: บอกความจริงสั้น ๆ ประโยคเดียว เช่น "ถึงเวลานอนแล้ว" แล้วให้เลือก "เดินไปเอง หรือให้แม่อุ้ม"
บทที่ 2 จาก 3