บทที่ 2
5 ก้าว เห็น รับ บอก เลือก ทำ
วิธีหลักของเล่ม ใช้ได้กับทุกเคส
อ่านราว 6 นาที บทตัวอย่างอ่านฟรี

ตอนลูกร้อง เรามักอยากพูดให้จบเร็วที่สุด ทั้งอธิบาย ปลอบ และต่อรองไปพร้อมกันในประโยคเดียว ผลคือลูกไม่ได้ยินอะไรเลย เพราะตอนอารมณ์ท่วม สมองส่วนที่ฟังเหตุผลยังไม่ทำงาน
5 ก้าวในบทนี้คือวิธีพูดทีละนิดตามจังหวะที่ลูกรับได้ ใช้ได้กับเกือบทุกเคสในเล่ม จำเป็นคำสั้น ๆ ว่า เห็น รับ บอก เลือก ทำ
"Name it to tame it." เรียกชื่ออารมณ์ออกมา แล้วอารมณ์จะเบาลง
แนวคิดนี้มีงานวิจัยรองรับด้วย ทีมของ Matthew Lieberman ที่ UCLA พบในปี 2007 ว่า เวลาคนเราเอาความรู้สึกมาพูดเป็นคำ สมองส่วนที่ทำหน้าที่เหมือนสัญญาณเตือนภัยจะตอบสนองน้อยลง ก้าวแรก ๆ ของเราจึงเริ่มจากการพูดถึงความรู้สึกก่อนเสมอ
ก้าว 1: เห็น (เห็นอารมณ์)
ดูว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วพูดออกมาสั้น ๆ แบบเดาเปิด ๆ ให้ลูกแก้ได้
- "ขวดตก หนูตกใจหรือเปล่า"
- "หนูยังอยากเล่นต่อเนอะ"
ไปต่อเมื่อ... เราพอรู้ว่าเรื่องนี้เร่งด่วนแค่ไหน และลูกต้องการอะไร ลูกไม่จำเป็นต้องยืนยันว่าเดาถูก
ก้าว 2: รับ (รับความรู้สึก)
บอกลูกว่าความรู้สึกนี้มีที่ทาง การรับความรู้สึก ไม่ใช่ การยอมทำตามที่ขอ
- "หนูอยากให้เป็นเหมือนเดิมเนอะ"
- "เสียดายเนอะ พ่ออยู่ตรงนี้"
ไปต่อเมื่อ... ลูกพอรับเสียงสั้น ๆ ได้ เช่น หยุดฟังแป๊บหนึ่ง พยักหน้า หรือยอมให้เราอยู่ใกล้ ถ้ายังร้องท่วม ให้พักอยู่ที่ก้าวนี้ไปก่อน
ก้าว 3: บอก (บอกความจริง)
บอกข้อเท็จจริงหรือขอบเขต หนึ่งประโยค ไม่ต้องอธิบายเหตุผลยาว
- "น้ำที่เทไปแล้ว เอากลับแก้วเดิมไม่ได้"
- "โกรธได้ แต่ตีไม่ได้"
- "วันนี้เราไปโรงเรียน"
ไปต่อเมื่อ... ลูกรับข้อมูลหนึ่งประโยคนั้นได้ ลูกไม่ต้องเห็นด้วย ไม่ต้องพูดทวน และไม่ต้องหยุดร้องก่อน
ก้าว 4: เลือก (ให้ลูกเลือกทางออก)
เสนอทางที่ทำได้จริงตอนนี้ 1-2 ทาง ทั้งสองทางต้องเป็นทางที่เรายอมรับได้จริง
- "พ่อช่วยเช็ด หรือหนูเริ่มเช็ดตรงนี้"
- "จะเดินเอง หรือจับมือแม่"
ไปต่อเมื่อ... ลูกเลือก ชี้ หรือเริ่มขยับ ถ้าลูกเลือกไม่ไหว ให้เราลดเหลือก้าวเล็ก ๆ ก้าวเดียว "งั้นแม่เริ่มให้ก่อนนะ"
ก้าว 5: ทำ (ทำด้วยกัน)
ทำก้าวแรกไปด้วยกัน ช่วยเท่าที่ลูกต้องการ แล้วบอกให้ชัดว่าลูกทำอะไรได้
- "พ่อเริ่มให้ หนูจับผ้าตรงนี้นะ"
- "หนูช่วยเช็ดแล้ว"
ไปต่อเมื่อ... ลูกทำก้าวเล็กนั้นได้ หรือยอมรับความช่วยเหลือ แค่นี้ก็นับว่าจบรอบแล้ว ไม่ต้องลากให้ทำจนจบเพื่อให้ครบบท
(หยุดรอ) จังหวะรอ สำคัญพอ ๆ กับคำพูด
ในสคริปต์ทุกเคส จะมีคำว่า (หยุดรอ) คั่นอยู่ ตรงนั้นคือจุดที่ให้ หยุดพูดแล้วรอ โดยเฉพาะหลังรับความรู้สึก หลังบอกความจริง และหลังเสนอทางออก
- ไม่ต้องนับวินาที บางครั้งรอแป๊บเดียว บางครั้งต้องนั่งข้าง ๆ เป็นนาที
- ไม่ถามซ้ำทันที ถ้าลูกยังไม่ตอบ ให้รอต่อ
- ถ้าพูดแล้วลูกร้องหนักขึ้น ให้พูดน้อยลง แล้วกลับไปอยู่ข้าง ๆ เฉย ๆ
อย่าใช้สิ่งเหล่านี้เป็นข้อสอบว่าลูกพร้อม การสบตา ความเงียบ หรือการหยุดร้อง เด็กหลายคนฟังอยู่ทั้งที่มองไปทางอื่นหรือยังสะอื้น
ร้องหนัก วนซ้ำ หรือเปลี่ยนเรื่อง
ร้องหนักมาก: กันอันตรายก่อน ลดเสียงและคนรอบตัว พูดแค่ "พ่ออยู่ตรงนี้ หนูเสียใจได้" เสนอกอดถ้าลูกอยากให้กอด แต่ไม่บังคับกอด ไม่บังคับสบตา ไม่บังคับให้หายใจตาม รอจนลูกรับคำสั้น ๆ ได้ แล้วค่อยเสนอก้าวเดียว ถ้าต้องย้ายที่เพื่อความปลอดภัย บอกลูกก่อนแล้วช่วยเท่าที่จำเป็น
วนขอเรื่องเดิม: ไม่ต้องเริ่ม 5 ก้าวใหม่ทุกรอบ ใช้สูตรสั้น "ยังอยาก...อยู่เนอะ / ตอนนี้... / พ่อช่วย...ได้" แล้วรออยู่ด้วย การขอซ้ำไม่ได้แปลว่าลูกแกล้ง และไม่ได้แปลว่าที่เราพูดไปล้มเหลว
สงบแล้วกลับมาร้องอีก: ปกติมาก ความรู้สึกกลับมาได้ รับสั้น ๆ อีกครั้ง แล้วช่วยต่อจากก้าวเดิม ไม่ต้องถอนความช่วยเหลือหรือเพิ่มโทษ
เปลี่ยนไปเรื่องอื่น: เช่น จู่ ๆ บ่นว่าเสื้อเปียก ให้เช็กก่อนว่าเป็นปัญหาจริงไหม ถ้าจริงก็แก้ให้ ไม่ต้องตีความว่าลูกเบี่ยงประเด็น แล้วค่อยกลับมาเรื่องเดิมเมื่อพร้อม
ตัวอย่างเต็ม 1 เคส
ลูกโป่งแตก แล้วอยากได้ลูกเดิมคืน
ภาพนี้เราเห็นในงานวันเกิดแทบทุกงาน ลูกโป่งลูกโปรดแตกเสียงดัง ลูกตกใจแล้วร้องว่าเอาลูกเดิม ผู้ใหญ่รอบตัวรีบพูดพร้อมกันว่า "ไม่เป็นไร เดี๋ยวซื้อใหม่" ลูกยิ่งร้องหนัก เพราะสิ่งที่ลูกอยากได้คือลูกเดิม ไม่ใช่ลูกใหม่
ดูเหตุการณ์ให้ครบก่อน
| เหตุการณ์ | เกิดอะไรขึ้น |
|---|---|
| ก่อนเกิดเรื่อง | ของที่รักหายไปกะทันหัน |
| ตอนเกิดเรื่อง | ลูกร้องและขอลูกเดิมซ้ำ ๆ |
| หลังเกิดเรื่อง | ผู้ใหญ่หลายคนรุมพูด รุมเสนอของใหม่ |
เช็กก่อนพูด: เก็บเศษยางให้พ้นมือลูก เพราะเศษลูกโป่งอาจเข้าปากได้ แล้วพาออกมาจากกลุ่มคนสักนิด
พูดตาม 5 ก้าว
- เห็น: "ลูกโป่งแตกเสียงดัง หนูตกใจเนอะ" (หยุดรอ) อยู่ใกล้ ๆ
- รับ: "หนูอยากได้ลูกเดิมคืน มันเป็นลูกที่หนูชอบ" (หยุดรอ) ให้ลูกร้องได้สักพัก
- บอก: "ลูกที่แตกแล้ว ทำให้กลับมาเหมือนเดิมไม่ได้" (หยุดรอ) ไม่ต้องรีบเสนออะไร
- เลือก: "หนูอยากเก็บเชือกไว้ หรืออยากไปนั่งพักกับแม่" (หยุดรอ) ให้ลูกเลือก
- ทำ: "มา เก็บเชือกใส่กระเป๋ากัน" แล้วบอก "หนูเก็บเชือกไว้เองแล้ว"
ถ้ายังร้อง: "ยังเสียดายอยู่เนอะ / แม่อยู่ตรงนี้" แล้วนั่งด้วยเงียบ ๆ ถ้าจะมีลูกใหม่ ค่อยเสนอทีหลังเมื่อลูกพร้อม
อย่าพูด
- "แค่ลูกโป่งเอง ร้องทำไม"
- "ไม่เป็นไร ๆ ๆ"
- "ร้องอีก เดี๋ยวกลับบ้านเลยนะ"
อย่าทำ
- รุมกันหลายคนพูดพร้อมกัน
- รีบยัดลูกโป่งใหม่ให้เพื่อให้เงียบ
- หัวเราะหรือถ่ายคลิปตอนลูกกำลังเสียใจ
ฝึกต่อตอนลูกสงบ
- เล่านิทานสั้น ๆ เรื่องของที่พังแล้ว เราเสียใจได้ แล้วก็ไปต่อได้
- ตอนเล่นตุ๊กตา ลองทำให้บล็อกล้มแล้วพูดว่า "ล้มแล้ว เสียดายจัง ต่อใหม่ได้"
- ชมตรง ๆ เมื่อลูกรับมือได้ "หนูบอกแม่ว่าเสียดาย แทนการกรี๊ดแล้ว"
คืนนี้ลองแบบนี้
เลือกเรื่องเล็ก ๆ หนึ่งเรื่องที่ลูกมักร้อง แล้วลองแค่ก้าว 1 กับ 2 คือดูแล้วพูดชื่ออารมณ์ แล้วรับความรู้สึก จากนั้นหยุดรอ ยังไม่ต้องบอกความจริงหรือหาทางออก แค่สังเกตว่าพอเราพูดตรงความรู้สึก ลูกเบาลงเร็วกว่าเดิมไหม
บทที่ 2 จาก 15