บทที่ 2

5 ก้าว เห็น รับ บอก เลือก ทำ

วิธีหลักของเล่ม ใช้ได้กับทุกเคส

อ่านราว 6 นาที บทตัวอย่างอ่านฟรี


ตอนลูกร้อง เรามักอยากพูดให้จบเร็วที่สุด ทั้งอธิบาย ปลอบ และต่อรองไปพร้อมกันในประโยคเดียว ผลคือลูกไม่ได้ยินอะไรเลย เพราะตอนอารมณ์ท่วม สมองส่วนที่ฟังเหตุผลยังไม่ทำงาน

5 ก้าวในบทนี้คือวิธีพูดทีละนิดตามจังหวะที่ลูกรับได้ ใช้ได้กับเกือบทุกเคสในเล่ม จำเป็นคำสั้น ๆ ว่า เห็น รับ บอก เลือก ทำ

"Name it to tame it." เรียกชื่ออารมณ์ออกมา แล้วอารมณ์จะเบาลง
Daniel J. Siegel และ Tina Payne Brysonผู้เขียน The Whole-Brain Child

แนวคิดนี้มีงานวิจัยรองรับด้วย ทีมของ Matthew Lieberman ที่ UCLA พบในปี 2007 ว่า เวลาคนเราเอาความรู้สึกมาพูดเป็นคำ สมองส่วนที่ทำหน้าที่เหมือนสัญญาณเตือนภัยจะตอบสนองน้อยลง ก้าวแรก ๆ ของเราจึงเริ่มจากการพูดถึงความรู้สึกก่อนเสมอ

ก้าว 1: เห็น (เห็นอารมณ์)

ดูว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วพูดออกมาสั้น ๆ แบบเดาเปิด ๆ ให้ลูกแก้ได้

  • "ขวดตก หนูตกใจหรือเปล่า"
  • "หนูยังอยากเล่นต่อเนอะ"

ไปต่อเมื่อ... เราพอรู้ว่าเรื่องนี้เร่งด่วนแค่ไหน และลูกต้องการอะไร ลูกไม่จำเป็นต้องยืนยันว่าเดาถูก

ก้าว 2: รับ (รับความรู้สึก)

บอกลูกว่าความรู้สึกนี้มีที่ทาง การรับความรู้สึก ไม่ใช่ การยอมทำตามที่ขอ

  • "หนูอยากให้เป็นเหมือนเดิมเนอะ"
  • "เสียดายเนอะ พ่ออยู่ตรงนี้"

ไปต่อเมื่อ... ลูกพอรับเสียงสั้น ๆ ได้ เช่น หยุดฟังแป๊บหนึ่ง พยักหน้า หรือยอมให้เราอยู่ใกล้ ถ้ายังร้องท่วม ให้พักอยู่ที่ก้าวนี้ไปก่อน

ก้าว 3: บอก (บอกความจริง)

บอกข้อเท็จจริงหรือขอบเขต หนึ่งประโยค ไม่ต้องอธิบายเหตุผลยาว

  • "น้ำที่เทไปแล้ว เอากลับแก้วเดิมไม่ได้"
  • "โกรธได้ แต่ตีไม่ได้"
  • "วันนี้เราไปโรงเรียน"

ไปต่อเมื่อ... ลูกรับข้อมูลหนึ่งประโยคนั้นได้ ลูกไม่ต้องเห็นด้วย ไม่ต้องพูดทวน และไม่ต้องหยุดร้องก่อน

ก้าว 4: เลือก (ให้ลูกเลือกทางออก)

เสนอทางที่ทำได้จริงตอนนี้ 1-2 ทาง ทั้งสองทางต้องเป็นทางที่เรายอมรับได้จริง

  • "พ่อช่วยเช็ด หรือหนูเริ่มเช็ดตรงนี้"
  • "จะเดินเอง หรือจับมือแม่"

ไปต่อเมื่อ... ลูกเลือก ชี้ หรือเริ่มขยับ ถ้าลูกเลือกไม่ไหว ให้เราลดเหลือก้าวเล็ก ๆ ก้าวเดียว "งั้นแม่เริ่มให้ก่อนนะ"

ก้าว 5: ทำ (ทำด้วยกัน)

ทำก้าวแรกไปด้วยกัน ช่วยเท่าที่ลูกต้องการ แล้วบอกให้ชัดว่าลูกทำอะไรได้

  • "พ่อเริ่มให้ หนูจับผ้าตรงนี้นะ"
  • "หนูช่วยเช็ดแล้ว"

ไปต่อเมื่อ... ลูกทำก้าวเล็กนั้นได้ หรือยอมรับความช่วยเหลือ แค่นี้ก็นับว่าจบรอบแล้ว ไม่ต้องลากให้ทำจนจบเพื่อให้ครบบท

(หยุดรอ) จังหวะรอ สำคัญพอ ๆ กับคำพูด

ในสคริปต์ทุกเคส จะมีคำว่า (หยุดรอ) คั่นอยู่ ตรงนั้นคือจุดที่ให้ หยุดพูดแล้วรอ โดยเฉพาะหลังรับความรู้สึก หลังบอกความจริง และหลังเสนอทางออก

  • ไม่ต้องนับวินาที บางครั้งรอแป๊บเดียว บางครั้งต้องนั่งข้าง ๆ เป็นนาที
  • ไม่ถามซ้ำทันที ถ้าลูกยังไม่ตอบ ให้รอต่อ
  • ถ้าพูดแล้วลูกร้องหนักขึ้น ให้พูดน้อยลง แล้วกลับไปอยู่ข้าง ๆ เฉย ๆ

อย่าใช้สิ่งเหล่านี้เป็นข้อสอบว่าลูกพร้อม การสบตา ความเงียบ หรือการหยุดร้อง เด็กหลายคนฟังอยู่ทั้งที่มองไปทางอื่นหรือยังสะอื้น

ร้องหนัก วนซ้ำ หรือเปลี่ยนเรื่อง

ร้องหนักมาก: กันอันตรายก่อน ลดเสียงและคนรอบตัว พูดแค่ "พ่ออยู่ตรงนี้ หนูเสียใจได้" เสนอกอดถ้าลูกอยากให้กอด แต่ไม่บังคับกอด ไม่บังคับสบตา ไม่บังคับให้หายใจตาม รอจนลูกรับคำสั้น ๆ ได้ แล้วค่อยเสนอก้าวเดียว ถ้าต้องย้ายที่เพื่อความปลอดภัย บอกลูกก่อนแล้วช่วยเท่าที่จำเป็น

วนขอเรื่องเดิม: ไม่ต้องเริ่ม 5 ก้าวใหม่ทุกรอบ ใช้สูตรสั้น "ยังอยาก...อยู่เนอะ / ตอนนี้... / พ่อช่วย...ได้" แล้วรออยู่ด้วย การขอซ้ำไม่ได้แปลว่าลูกแกล้ง และไม่ได้แปลว่าที่เราพูดไปล้มเหลว

สงบแล้วกลับมาร้องอีก: ปกติมาก ความรู้สึกกลับมาได้ รับสั้น ๆ อีกครั้ง แล้วช่วยต่อจากก้าวเดิม ไม่ต้องถอนความช่วยเหลือหรือเพิ่มโทษ

เปลี่ยนไปเรื่องอื่น: เช่น จู่ ๆ บ่นว่าเสื้อเปียก ให้เช็กก่อนว่าเป็นปัญหาจริงไหม ถ้าจริงก็แก้ให้ ไม่ต้องตีความว่าลูกเบี่ยงประเด็น แล้วค่อยกลับมาเรื่องเดิมเมื่อพร้อม


ตัวอย่างเต็ม 1 เคส

ลูกโป่งแตก แล้วอยากได้ลูกเดิมคืน

ภาพนี้เราเห็นในงานวันเกิดแทบทุกงาน ลูกโป่งลูกโปรดแตกเสียงดัง ลูกตกใจแล้วร้องว่าเอาลูกเดิม ผู้ใหญ่รอบตัวรีบพูดพร้อมกันว่า "ไม่เป็นไร เดี๋ยวซื้อใหม่" ลูกยิ่งร้องหนัก เพราะสิ่งที่ลูกอยากได้คือลูกเดิม ไม่ใช่ลูกใหม่

ดูเหตุการณ์ให้ครบก่อน

เหตุการณ์เกิดอะไรขึ้น
ก่อนเกิดเรื่องของที่รักหายไปกะทันหัน
ตอนเกิดเรื่องลูกร้องและขอลูกเดิมซ้ำ ๆ
หลังเกิดเรื่องผู้ใหญ่หลายคนรุมพูด รุมเสนอของใหม่

เช็กก่อนพูด: เก็บเศษยางให้พ้นมือลูก เพราะเศษลูกโป่งอาจเข้าปากได้ แล้วพาออกมาจากกลุ่มคนสักนิด

พูดตาม 5 ก้าว

  1. เห็น: "ลูกโป่งแตกเสียงดัง หนูตกใจเนอะ" (หยุดรอ) อยู่ใกล้ ๆ
  2. รับ: "หนูอยากได้ลูกเดิมคืน มันเป็นลูกที่หนูชอบ" (หยุดรอ) ให้ลูกร้องได้สักพัก
  3. บอก: "ลูกที่แตกแล้ว ทำให้กลับมาเหมือนเดิมไม่ได้" (หยุดรอ) ไม่ต้องรีบเสนออะไร
  4. เลือก: "หนูอยากเก็บเชือกไว้ หรืออยากไปนั่งพักกับแม่" (หยุดรอ) ให้ลูกเลือก
  5. ทำ: "มา เก็บเชือกใส่กระเป๋ากัน" แล้วบอก "หนูเก็บเชือกไว้เองแล้ว"

ถ้ายังร้อง: "ยังเสียดายอยู่เนอะ / แม่อยู่ตรงนี้" แล้วนั่งด้วยเงียบ ๆ ถ้าจะมีลูกใหม่ ค่อยเสนอทีหลังเมื่อลูกพร้อม

อย่าพูด

  • "แค่ลูกโป่งเอง ร้องทำไม"
  • "ไม่เป็นไร ๆ ๆ"
  • "ร้องอีก เดี๋ยวกลับบ้านเลยนะ"

อย่าทำ

  • รุมกันหลายคนพูดพร้อมกัน
  • รีบยัดลูกโป่งใหม่ให้เพื่อให้เงียบ
  • หัวเราะหรือถ่ายคลิปตอนลูกกำลังเสียใจ

ฝึกต่อตอนลูกสงบ

  • เล่านิทานสั้น ๆ เรื่องของที่พังแล้ว เราเสียใจได้ แล้วก็ไปต่อได้
  • ตอนเล่นตุ๊กตา ลองทำให้บล็อกล้มแล้วพูดว่า "ล้มแล้ว เสียดายจัง ต่อใหม่ได้"
  • ชมตรง ๆ เมื่อลูกรับมือได้ "หนูบอกแม่ว่าเสียดาย แทนการกรี๊ดแล้ว"

คืนนี้ลองแบบนี้

เลือกเรื่องเล็ก ๆ หนึ่งเรื่องที่ลูกมักร้อง แล้วลองแค่ก้าว 1 กับ 2 คือดูแล้วพูดชื่ออารมณ์ แล้วรับความรู้สึก จากนั้นหยุดรอ ยังไม่ต้องบอกความจริงหรือหาทางออก แค่สังเกตว่าพอเราพูดตรงความรู้สึก ลูกเบาลงเร็วกว่าเดิมไหม

อ่านฟรีจบบทนี้แล้ว

อ่านต่ออีก 100 เคส ฿290

จ่ายครั้งเดียว อ่านได้ตลอด ทุกเครื่อง

ซื้อเล่มนี้

บทที่ 2 จาก 15